Saturday, November 17, 2012

มงคลชิต ร้านจำหน่ายสลาก 44 ปีคู่สี่กั๊กเสาชิงช้า

มงคลชิต ร้านจำหน่ายสลาก 44 ปี คู่สี่กั๊กเสาชิงช้า




ละแวกสี่กั๊กเสาชิงช้าเป็นหนึ่งในย่านเก่าแก่ของกรุงเทพมหานคร ที่แม้ว่าปัจจุบันอาจจะดูเงียบสงบแต่ก็ยังคงเหลือร่องรอยของความเคลื่อนไหว ที่เคยเกิดขึ้นบนถนนสายนี้ผ่านทางอาคารบ้านเรือนที่ยังคงบรรยากาศเหมือนใน ยุคที่ย่านนี้คงความคึกคักอยู่




ณ มุมหนึ่งของสี่กั๊กเสาชิงช้า ร้าน “มงคลชิต” ถือเป็นหนึ่งในบรรดาร้านเก่าแก่ที่เปิดให้บริการและอยู่คู่กับวิถีชีวิตของ คนในชุมชมแถบนี้มายาวนาน เมื่อดูจากภายนอกอาจจะดูเหมือนร้านค้าเก่าที่จำหน่ายสลากกินแบ่งตามปกติทั่ว ไป แต่เมื่อดูจากอายุของร้านที่เติบโตมากกว่า ๔๐ ปี ย่อมมีเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย



“ร้านเปิดปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ชื่อร้าน “มงคลชิต” เอามาจากชื่อคุณพ่อคืออนุชิตรวมกับชื่อหุ้นส่วนที่ชื่อมงคล” คุณอนุมาศ แสนสุข เจ้าของร้านคนปัจจุบันเล่าให้เราฟังถึงความเป็นมาของร้าน พ่อและแม่ของคุณอนุมาศเคยเป็นลูกจ้างในร้านจำหน่ายสลาก ก่อนที่จะขยับขยายมาเปิดร้านของตัวเองในเวลาต่อมา



“สมัยนั้นนอกจากร้านเราแล้วอีกฟากถนนตรงข้ามกันจะเป็นร้านเสริมเสวยที่ขาย สลากกินแบ่งด้วยชื่อเสาวนิตย์ แต่เดี๋ยวนี้เขาเลิกทำไปแล้ว สมัยที่พ่อยังดูแลร้านเองจะเปิดร้านเช้ามาก เจ็ดโมงครึ่งก็เปิดแล้วไปปิดเอาตอนสองทุ่มโน่น วันไหนสลากออกรางวัลหรือใกล้วันออกรางวัลแล้วยังขายไม่หมดก็เปิดไปจนถึงสาม ทุ่มก็มี”



ในวัยเด็กคุณอนุมาศและคุณอนุมัติน้องชายซึ่งร่วมกันดำเนินกิจการร้านใน ปัจจุบันจะคอยเป็นลูกมือช่วยงานพ่อและแม่มาโดยตลอด หน้าที่หลักที่ต้องรับผิดชอบเป็นประจำคือเขียนใบกำกับสำหรับสลากที่ถูก รางวัล “เมื่อก่อนเวลาจะเอาสลากไปขึ้นเงินที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลต้องเขียนใบ กำกับ ๑ ใบต่อสลาก ๑ ใบ เสร็จแล้วต้องลงตราประทับ แล้วก็เรียงเลขเรียงชุดให้เรียบร้อยยิ่งมีคนเอาสลากมาขึ้นรางวัลที่ร้านเยอะ ก็ต้องเขียนเยอะ พวกเราเด็กๆ ก็ต้องมาช่วยทำไม่อย่างนั้นจะไม่ทันส่ง” ต่อมาภายหลังเมื่อคุณพ่อตัดสินใจวางมือ คุณอนุมาศและน้องชายจึงเข้ามาดูแลกิจการต่อ “ทุกวันนี้ข้าวของต่างๆ โต๊ะ ตู้ แผงขายสลากก็เป็นของซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ อาจจะซ่อมแซมทาสีอะไรบ้างแต่ว่าไม่เคยเปลี่ยนเลย”



“เราขายสลากกันมาตั้งแต่ในละไม่กี่บาท จำได้ว่าเมื่อก่อนที่ร้ายเคยเจอคนเอาสลากปลอมมาขึ้นรางวัลใหญ่ พอคุณพ่อรู้นี่ถึงกับร้องไห้เลย ผมทำร้านกับน้องชายก็เคยเจอเหมือนกันแต่อาจจะไม่หนักเท่าสมัยพ่อ” อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ทางร้านยยึดถือปฏิบัติมานานคือการไม่ขายสลากเกิน ราคาที่กำหนด “พ่อสั่งไว้ตั้งแต่ก่อนจะเสียแล้วว่าอย่าไปเอาเปรียบคนอื่น” การที่ขายสลากตามราคาในยุคที่สลากกินแบ่งราคาแทบจะเรื่องปกตินั้นทำให้ ร้านกลายเป็นที่รู้จักชนิดที่เจ้าของร้านยังไม่รู้ตัว “ผมเคยออกไปซื้อลูกชิ้นปิ้งแถวๆ บ้าน แม่ค้าบอกว่าร้านได้ออก จ.ส. ๑๐๐ ด้วยผมฟังแล้วก็งงๆ ถามไปถามมาได้ความว่าคนขายเขาฟัง จ.ส. ๑๐๐ เป็นประจำ ทีนี้มีคนโทรศัพท์เข้าไปร้องเรียนในรายการเรื่องสลากขายแพงเกินราคา จ.ส. ๑๐๐ เลยบอกไปว่าให้ลองมาซื้อที่ร้านเราดู ผมเองไม่เคยฟังเลยไม่รู้ว่ามีคนพูดถึงร้านเราด้วย”



แต่การที่ขายสลากตามราคาก็ทำให้เจอเรื่องแปลกๆ ด้วยเหมือนกัน “จะมีบางคนเขาวานให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างมาซื้อให้ บางทีก็ไม่ได้ซื้อไปเล่นเองแต่เอาไปขายต่อ เคยมีมอเตอร์ไซค์มาแทบทุกวัน ซื้อวันละหลายๆ รอบ รอบหนึ่งใส่หมวกมา รอบต่อมาใส่แว่นตาดำ อีกรอบถอดแว่นตา เราต้องบอกไปว่าจำได้นะว่ามาหลายรอบแล้ว ไม่ต้องแวะมาอีก ไม่อย่างนั่นคนอื่นจะไม่ได้ซื้อกัน”



กิจการร้านขายสลากนั้นให้อะไรหลายอย่างกับครอบคครัวนี้คุณอนุมาศยอมรับ ว่านอกจากรายได้ที่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพแล้ว ความผูกพันที่มีต่อลูกค้าและชุมชนก็แน่นแฟ้นไปด้วย “ลูกค้าประจำก็จะทำงานอยู่แถวๆ นี้ ตามกระทรวง ตามหน่วยงานราชการต่างๆ เวลาลูกค้าเก่าๆ มาซื้อสลากก็จะมาคุยกันว่าเคยเห็นผมตั้งแต่ตอนเด็กๆ มาคุยเรื่องสมัยพ่อกับแม่ คนแถวนี้ไปซื้อที่อื่นก็มาบ่นเรื่องร้านอื่นขายแพง มีลูกค้าประจำคนหนึ่งย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว แต่จะมาตัดผมแถวนี้แล้วจะแวะมาซื้อ ถ้าไม่มาเองก็จะฝากลุกมาซื้อแทน หรืออย่างร้านนี่ก็เช่าเขามาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ จนถึงทุกวันนี้ก็ไม่เคยต้องทำสัญญาอะไรกัน เจ้าของบ้านบอกว่าอยู่กันเหมือนลูกเหมือนหลาน หรืออย่างลงสีเทาที่เป็นดาราก็เป็นลูกค้ากันมาตั้งแต่สมันคุณพ่อ ทุกวันนี้ก็ยังแวะมา ถึงตอนปีใหม่แกจะแวะมาอวยพรเป็นประจำ”



“จริงๆ ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะมาทำร้านต่อกัน คิดแค่ว่าเรียนจบก็จะไปหางวานทำ แต่ว่าพ่อก็เคยพูดไว้ว่าที่ร้านถ้าไม่มีใครทำก็คงต้องเลิกไป สุดท้ายก็มาช่วยกันทำร้านกับน้องชาย” คุณอนุมาศยอมรับว่าลูกๆ ของเขาหรือน้องชายดูจะไม่สนใจกิจการร้านขายสลากนัก “อีกหน่อยถ้าเด็กๆ จะไม่ทำกันต่อก็คงแล้วแต่เขาแต่คงเสียดายเพราะร้านก็เปิดมานาน...”


ข้อมูลได้มาจาก : วารสารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ปีที่ 14 ฉบับที่ 50

0 comments:

Post a Comment